Content Marketing คือ???
April 16, 2018
ทำลายข้อมูลอ่อนไหว หรือการลบไฟล์ถาวร
 
ในบทก่อนหน้านี้ได้กล่าวถึงเครื่องมือและการฝึกนิสัย ซึ่งจะช่วยให้คุณปกป้องข้อมูลอ่อนไหวได้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณตัดสินใจว่า คุณไม่ต้องการที่จะเก็บข้อมูลนั้นแล้ว ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณตัดสินใจว่าการเก็บสำเนาไฟล์ข้อมูลหนึ่งที่มีการเข้ารหัสก็เพียงพอแล้ว และคุณต้องการลบไฟล์ข้อมูลต้นฉบับ วิธีที่ดีที่สุดที่จะลบไฟล์ต้นฉบับนั้นคืออะไร โชคไม่ดีนักที่คำตอบสำหรับคำถามนี้ซับซ้อนมากกว่าที่คุณคิดไว้ เมื่อคุณลบไฟล์หนึ่ง แม้กระทั่งหลังจากที่คุณล้างถังขยะรีไซเคิล (Recycle bin)ไปแล้ว เนื้อหาข้อมูลของไฟล์นั้นยังคงอยู่ในฮาร์ดไดรฟ์ของคุณ และสามารถที่จะถูกกู้คืนได้โดยใครก็ตามที่มีเครื่องมือที่สามารถทำเช่นนั้นได้ และบวกกับโชคนิดหน่อย
 
 
 
สถานการณ์ภูมิหลัง
เอลีนาเป็นนักสิ่งแวดล้อมในประเทศที่พูดภาษารัสเซีย เธอเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ซึ่งกำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ โดยเว็บไซต์นี้เน้นย้ำให้เห็นถึงความรุนแรงของการตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมายในภูมิภาคนั้น เธอได้ทำสำเนาข้อมูลที่ใช้สร้างเว็บไซต์ และเก็บสำเนาข้อมูลเหล่านั้นไว้ที่บ้าน สำนักงาน และในคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องใหม่ของเธอ เมื่อไม่นานมานี้เธอได้เริ่มเก็บสำเนาข้อมูลการจราจรคอมพิวเตอร์ (logs) ของผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่อยู่บนเว็บเซิร์ฟเวอร์และฐานข้อมูล ซึ่งมีข้อความและความคิดเห็นบนกระดานสนทนา (forum) ของผู้ใช้ เอลีน่าจะต้องเดินทางไปต่างประเทศในไม่ช้านี้เพื่อเข้าร่วมการประชุมนานาชาติใหญ่ของนักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีรายงานจากนักเคลื่อนไหวบางคนว่าที่จุดข้ามแดนคอมพิวเตอร์ของพวกเขาถูกเจ้าหน้าที่ยึดเอาไปเป็นเวลาหลายชั่วโมง ในการปกป้องข้อมูลอ่อนไหวและความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมในกระดานสนทนาที่มีการแสดงความคิดเห็นเชิงการเมือง เธอจึงต้องย้ายข้อมูลสำรองที่เก็บอยู่ที่บ้านและที่สำนักงานไปยังวอลุ่มทรูคริปท์ และเอาสำเนาข้อมูลที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ออกทั้งหมด เธอได้ขอคำปรึกษาจากนิโคไลหลานของเธอ นิโคไลได้เตือนเธอว่าเธอจะต้องทำอะไรมากกว่าเพียงแค่การลบข้อมูลสำรองเก่าของเธอหากเธอกังวลว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเธอจะโดยยึดโดยเจ้าหน้าที่ ณ จุดข้ามแดน
 
จากมุมมองเชิงเทคนิค แท้จริงแล้วคอมพิวเตอร์ไม่มีคำสั่งลบไฟล์ออกจริงๆ แน่นอนว่าคุณสามารถลากไฟล์ไปที่ถังขยะรีไซเคิลและเทขยะทิ้ง แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นแค่การลบไอคอนออก และเคลื่อนย้ายชื่อของไฟล์ออกจากดัชนีที่ซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ตำแหน่งว่าข้อมูลทุกอย่างถูกเก็บอยู่ที่ใดบนพื้นที่จัดเก็บข้อมูล(hidden index of everything) ในคอมพิวเตอร์ของคุณ และบอกกับวินโดวส์ว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ว่างสามารถใช้สำหรับทำอะไรอย่างอื่นได้ อย่างไรก็ตามพื้นที่นั้นก็ยังเก็บเนื้อหาของข้อมูลที่ถูกลบทิ้งไปแล้วอยู่ จนกว่าจะมีการใช้พื้นที่ว่างนั้นจริงๆ ซึ่งก็คล้ายกับการที่ตู้จัดเก็บและจำแนกเอกสารที่มีการเอาฉลากออกไปทั้งหมดแต่ตู้นั้นยังคงบรรจุแฟ้มข้อมูลต้นฉบับอยู่ นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมการที่คุณมีซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องและดำเนินการได้เร็วพอ คุณจึงกู้คืนข้อมูลที่คุณลบไปโดยบังเอิญได้ ดังที่ได้อธิบายไปแล้วใน บทที่ 5: กู้คืนข้อมูล
 
คุณควรตระหนักไว้เสมอว่าทุกครั้งที่คุณใช้คอมพิวเตอร์ จะมีการสร้างไฟล์และมีการลบไฟล์อย่างไม่ปลอดภัยอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณกำลังเขียนรายงานชิ้นใหญ่ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ แต่ละวันทำงานเป็นเวลาหลายชั่วโมง และทุกครั้งที่มีการบันทึกเอกสารเหล่านั้น วินโดวส์จะสร้างสำเนาข้อมูลใหม่ของเอกสารเหล่านั้นและเก็บไว้ในฮาร์ดไดรฟ์ของคุณ ไม่กี่วันภายหลังจากการปรับแก้รายงาน คุณอาจได้ทำสำเนาเอกสารเหล่านั้นไว้หลายชุดโดยไม่รู้ตัวจนทำงานเสร็จ
 
โดยปกติวินโดวส์จะลบไฟล์รุ่นก่อนหน้านี้ทิ้ง แน่นอนว่าวินโดวส์ไม่ได้มองหาตำแหน่งที่แน่นอนที่ไฟล์ฉบับเก่าถูกเก็บเพื่อเขียนทับฉบับใหม่ลงไปอย่างปลอดภัยตอนที่สร้างสำเนาใหม่ขึ้นมา กลับกันสิ่งที่วินโดวส์ทำนั้นเพียงแค่ใส่ฉบับล่าสุดลงในส่วนใหม่ของตู้จัดเก็บเอกสารดังที่เปรียบเทียบไว้ด้านบน ย้ายฉลากจากส่วนเก่ามาไว้ที่ส่วนใหม่ และปล่อยให้ร่างเอกสารเก่านี้อยู่ที่พื้นที่เดิมจนกว่าจะมีโปรแกรมอื่นจะใช้พื้นที่นั้น เป็นที่ชัดเจนว่าถ้าคุณมีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องทำลายร่องรอยทั้งหมดของเอกสารจากตู้จัดเก็บเอกสารของคุณ การเอาสำเนาฉบับล่าสุดออกไปนั้นไม่เพียงพอแน่ และกาโยนฉลากทิ้งอย่างเดียวไปก็เป็นอะไรที่แย่กว่า
 
คุณควรต้องจำไว้ด้วยว่าฮาร์ดไดรฟ์ของคอมพิวเตอร์ไม่ใช่อุปกรณ์เพียงอย่างเดียวที่เก็บข้อมูลดิจิทัล ซีดี ดีวีดี แฟลชไดรฟ์ ฟล็อปปี้ดิสก์ การ์ดจากโทรศัพท์มือถือ และฮาร์ดไดรฟ์ที่เคลื่อนย้ายได้ทั้งหมดก็มีประเด็นแบบนี้กัน และคุณไม่ควรที่จะเชื่อใจเพียงแค่ลบและเขียนทับลงไป หากต้องการลบข้อมูลอ่อนไหวออกจากอุปกรณ์เหล่านั้น
 
การล้างข้อมูลด้วยเครื่องมือที่ปลอดภัย
เมื่อคุณใช้เครื่องมือลบข้อมูลที่ปลอดภัย อาทิเช่น เครื่องมือที่แนะนำในบทนี้ ถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องก็คือ มันคือการแทนที่ หรือ “เขียนทับ (overwriting)” ข้อมูลอ่อนไหวของคุณไปแล้ว มากกว่าจะเป็นการลบข้อมูล คุณลองจินตนาการว่าเอกสารที่เก็บอยู่ในตู้จัดเก็บเอกสารในตอนต้นเป็นเอกสารที่เขียนด้วยดินสอ ซอฟต์แวร์ลบข้อมูลที่ปลอดภัยไม่เพียงแค่ลบเนื้อหาที่อยู่บนนั้น แต่ยังเป็นการเขียนลงไปเพื่อทับคำแต่ละคำที่อยู่บนเอกสารนั้นอีกด้วย และ คล้ายกับการเขียนด้วยดินสอ ข้อมูลดิจิทัลยังคงสามารถที่จะถูกอ่านได้แม้ว่าจะอ่านได้ยากก็ตาม แม้ว่าจะมีการลบและมีการเขียนอะไรทับลงไปก็ตามในภายหลัง ด้วยเหตุนี้ เครื่องมือที่จะแนะนำต่อไปนี้จะเขียนทับไฟล์ด้วยวิธีการสุ่มเขียนทับหลายครั้งด้วยกัน กระบวนการนี้เรียกว่าการล้างข้อมูลและยิ่งมีการเขียนทับมากครั้งเท่าไรก็ยิ่งเป็นการยากที่จะกู้คืนข้อมูลต้นฉบับ โดยทั่วไปแล้วผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า ควรจะต้องเขียนทับสามครั้งหรือมากกว่านั้น บางมาตรฐานแนะนำให้เขียนทับถึง 7 ครั้งหรือมากกว่านั้น ซอฟต์แวร์การล้างข้อมูลโดยอัตโนมัติจะดำเนินการเขียนทับด้วยจำนวนครั้งที่เหมาะสม แต่คุณสามารถเปลี่ยนจำนวนครั้งของการดำเนินการตามที่คุณต้องการได้
 
การล้างไฟล์
โดยปกติวิธีการล้าง(wiping)ข้อมูลอ่อนไหวที่อยู่ในฮาร์ดไดรฟ์หรืออุปกรณ์บันทึกข้อมูลของคุณมีอยู่สองวิธีการ คุณสามารถที่จะล้างไฟล์แบบเดี่ยวๆ หรือล้าง ไฟล์ทั้งหมดที่อยู่บนไดรฟ์ได้ เมื่อคุณตัดสินใจว่าจะล้างข้อมูลแล้ว การคิดถึงตัวอย่างสมมติอีกอันหนึ่งที่ได้กล่าวไว้แล้วก่อนหน้านี้อาจจะเป็นประโยชน์ นั่นคือ รายงานฉบับยาวของไฟล์ที่ไม่สมบูรณ์ยังกระจัดกระจายอยู่ทั่วฮาร์ดไดรฟ์ แม้จะมีแค่ไฟล์เดียวที่มองเห็นได้ก็ตาม ถ้าคุณล้างข้อมูล คุณจะมั่นใจได้ว่าไฟล์ฉบับปัจจุบันได้ถูกเอาออกไปแล้ว แต่คุณยังคงทิ้งไฟล์สำเนาซึ่งยังคงอยู่ในที่ที่มันถูกสร้างขึ้น จริงๆ แล้วไม่มีทางที่จะเล็งเป้าไปยังไฟล์เหล่านั้นได้เพื่อเขียนทับได้โดยตรง เนื่องจากไฟล์เหล่านั้นไม่อาจมองเห็นได้ อย่างไรก็ตามด้วยวิธีการล้างพื้นที่ว่างทั้งหมดที่อยู่ในอุปกรณ์เก็บข้อมูลของคุณ คุณมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ถูกลบก่อนหน้านี้ทั้งหมดได้ถูกทำลายหมดสิ้น กลับมาที่กรณีเปรียบเทียบตู้จัดเก็บเอกสารที่มีการติดฉลากไว้อย่างไม่เป็นระเบียบ กระบวนการล้างข้อมูลนี้ก็เปรียบได้กับการค้นหาทั่วทั้งตู้จัดเก็บเอกสาร แล้วลบและเขียนข้อความทับเอกสารที่ได้มีการเอาฉลากออกไปก่อนหน้านี้แล้วซ้ำแล้วซ้ำอีก
 
 
 
ในขณะที่เครื่องมือลบไฟล์อย่างปลอดภัยจะไม่ทำอันตรายต่อไฟล์ที่มองเห็นได้ เว้นแต่ว่าคุณล้าง ไฟล์เหล่านั้นโดยจงใจ มันยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องใช้เครื่องมือนี้อย่างระมัดระวัง ถึงที่สุดแล้วอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้คนจึงเห็นว่า ถังขยะรีไซเคิล และเครื่องมือการกู้คืนข้อมูลยังมีประโยชน์อยู่ ถ้าคุณเคยชินกับการล้าง ข้อมูลของคุณทุกครั้งที่คุณลบอะไรบางอย่าง คุณอาจพบว่าคุณจะไม่สามารถกู้คืนข้อมูลกลับมาได้เลย จากการที่ลบข้อมูลไปโดยความผิดพลาด คุณควรจะแน่ใจเสมอว่าคุณได้สำรองข้อมูลที่ปลอดภัยก่อนที่จะล้าง
 
เอลีน่า: ฉันรู้ว่าโปรแกรมเอกสาร เช่น ไมโครซอฟต์ เวิร์ด และ โอเพน ออฟฟิศ (Microsoft Word and Open Office) บางครั้งสร้างสำเนาไฟล์ชั่วคราวขึ้นในขณะที่กำลังใช้งานอยู่ มีโปรแกรมอื่นที่มีลักษณะแบบนี้หรือไม่ หรือฉันควรจะกังวลเฉพาะไฟล์ที่ฉันสร้างและลบได้ด้วยตนเอง?
 
นิโคไล: อันที่จริง มีพื้นที่หลายแห่งบนคอมพิวเตอร์ที่โปรแกรมต่างๆ ทิ้งร่องรอยของข้อมูลส่วนตัวและกิจกรรมออนไลน์ของน้า ผมกำลังพูดถึงเว็บไซต์ที่น้าเข้า ร่างอีเมลที่น้ากำลังเขียนเมื่อไม่นานที่ผ่านมา หรืออะไรอย่างอื่นที่คล้ายกันนี้ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นข้อมูลอ่อนไหวได้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าน้าใช้คอมพิวเตอร์บ่อยครั้งแค่ไหน.
 
 
ภาคปฏิบัติ : เริ่มต้นกับคู่มือแนะนำการใช้ ซีคลีนเนอร์ – โปรแกรมลบไฟล์อย่างปลอดภัย
 
ข้อแนะนำในการล้างข้อมูลทั้งหมดบนอุปกรณ์บันทึกข้อมูล
ในบางครั้งคุณอาจจำเป็นต้องล้าง อุปกรณ์บันทึกข้อมูลให้หมดจด ในกรณีที่คุณขายหรือให้คอมพิวเตอร์เก่าไป เอาฮาร์ดไดรฟ์ออกและให้เจ้าของคอมพิวเตอร์คนใหม่หาซื้อฮาร์ดไดรฟ์เองเป็นวิธีที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามหากเลือกไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดคือ คุณควร ล้าง ไดรฟ์ให้สะอาดหมดจดด้วยการใช้ อิเรเซอร์ ก่อนจะส่งมอบคอมพิวเตอร์ ถึงแม้ว่าคุณเก็บไดรฟ์ไว้เอง คุณอาจจำเป็นต้องล้างไดรฟ์นั้นเหมือนกัน ไม่จำเป็นว่าคุณจะนำไดรฟ์นั้นกลับมาใช้อีกหรือทิ้งไป ในกรณีคล้ายกัน ถ้าคุณซื้อฮาร์ดไดรฟ์ใหม่ คุณควรล้างไดรฟ์อันเก่าของคุณหลังจากที่ทำสำเนาข้อมูลและสำรองข้อมูลอย่างปลอดภัยแล้ว ถ้าคุณตั้งใจว่าจะทิ้งหรือส่งไดรฟ์อันเก่าไปรีไซเคิล คุณควรพิจารณาถึงการทำลายตัวไดรฟ์นั้น (มืออาชีพทางคอมพิวเตอร์แนะนำว่าให้ใช้ ค้อนทุบแรงๆ 2-3 ครั้งก่อนที่จะทิ้งอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่เคยเก็บข้อมูลอ่อนไหว)
 
ไม่ว่าสถานการณ์ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นจะเป็นอย่างไร การใช้อิเรเซอร์เพื่อล้าง ฮาร์ดไดรฟ์ทั้งหมดจะเป็นไปไม่ได้เลยตราบเท่าที่ระบบปฏิบัติการยังคงทำงานอยู่บนไดรฟ์นั้น วิธีง่ายที่สุดในการแก้ปัญหานี้ไปคือดึงเอาไดรฟ์นั้นออกไปและใส่มันลงไปใน “ไดรฟ์ภายนอก” ที่มี USB ซึ่งคุณสามารถเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ที่ติดตั้งโปรแกรมอิเรเซอร์ อยู่ ถึงตอนนี้คุณสามารถลบข้อมูลทั้งหมดที่อยู่บนไดรฟ์ภายนอกได้และใช้อิเรเซอร์ ล้าง พื้นที่ว่างบนไดรฟ์นั้นได้ โชคดีที่คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้บ่อยๆ เพราะว่ามันต้องใช้เวลาพอสมควร
 
แทนที่จะพยายามล้าง ข้อมูลที่เก็บอยู่บนซีดีหรือดีวีดีที่เขียนซ้ำได้ การทำลายแผ่นดิสก์นั้นไปเลยจะดีกว่า ถ้าจำเป็นคุณอาจสร้างแผ่นดิสก์ใหม่ขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลที่คุณอยากจะเก็บ และแน่นอนนี่ก็เป็นวิธีการเดียวที่จะ “ลบ”ข้อมูลที่อยู่บนดิสก์ที่เขียนซ้ำไม่ได้ คุณอาจเคยได้ยินเรื่องว่ามีการกู้คืนข้อมูลจากแผ่นดิสก์ที่ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้ แม้เป็นเรื่องจริง การประกอบข้อมูลขึ้นมาใหม่ในลักษณะนี้ต้องใช้เวลามากและความเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง คุณจะต้องตัดสินด้วยตัวเองว่าจะมีใครที่ใช้ทรัพยากรเวลาและความสามารถระดับนั้นในการที่จะเข้าถึงข้อมูลของคุณหรือไม่ โดยปกติกรรไกรที่แข็งแรง (หรือแม้กระทั่งเครื่องย่อยเอกสารที่แข็งแรง) ก็สามารถทำลายแผ่นดิสก์ได้อย่างดี ถ้าคุณต้องการให้มีความระมัดระวังเป็นพิเศษ คุณอาจผสมชิ้นส่วนของแผ่นดิสก์ที่ถูกตัดหรือย่อยแล้วให้ปะปนกัน และทิ้งชิ้นส่วนเหล่านั้นให้ไกลจากบ้านหรือสำนักงานของคุณ
 
เอลีนา: ฉันยังคงมีซีดีเก่าที่เป็นข้อมูลสำรองของข้อมูลการจราจรของเว็บเซิร์ฟเวอร์อยู่ และเคยได้ยินว่าเราสามารถลบข้อมูลที่อยู่บนนั้นโดยการนำแผ่นซีดีเข้าไปในตู้ไมโครเวฟ อย่างไรก็ตาม ฉันรู้สึกว่าเป็นความคิดที่ไม่ดีนัก มีคนทำแบบนั้นจริงไหม และมันได้ผลไหม?
 
นิโคไล: ผมคิดว่าการกระทำเช่นนั้นคงจะทำลายข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ผมก็ไม่รู้จริงๆ เพราะผมไม่เคยเอาแผ่นซีดีใส่ตู้ไมโครเวฟ! ผมว่าน้าพูดถูก มันเป็นความคิดที่ฟังดูแย่มาก แม้โลหะที่อยู่บนซีดีจะไม่ทำอันตรายตู้ไมโครเวฟ หรือก่อให้เกิดไฟไหม้ แต่ผมพนันได้ว่าส่วนที่เป็นพลาสติกจะก่อให้เกิดกลิ่นไหม้ที่ไม่ดีต่อสุขภาพแน่ เมื่อคิดถึงกรณีนี้ ผมก็ไม่แนะนำที่จะเผาแผ่นซีดีด้วยไฟด้วยเช่นกัน
 
 
 
ขอขอบคุณ securityinabox.org
 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *